เมื่อวานนี้ ผมได้รับข่าวว่าญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเสียชีวิตอย่ากระทันหัน
ทั้งที่จริง ๆ ผมเพิ่งได้พบปะ พูดคุยกับท่านเมื่อไม่นานมานี้เอง
ไม่มีวี่แววใด ๆ ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า
ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตกใจ และน่าเศร้า สำหรับคนในครอบครัว
และคนที่ใกล้ชิด
แต่นี่คือความจริง…ที่เกิดขึ้นอยู่ทุกวัน ในชีวิตของผู้คน

แต่ละคนที่เกิดมา มีเวลาอยู่บนโลกนี้แตกต่างกันไป
ไม่สามารถรู้ได้แน่นอน ว่ามันจะยืนยาวไปนานแค่ไหน
วันนี้ มีหลายคนออกจากบ้านไป และไม่ได้กลับมาบ้านอีก
ดังนั้น การอยู่อย่างมีคุณค่า และมีความสุขที่สุด ในเวลาที่มีอยู่
เชื่อว่าเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็ต้องการ
แต่คำถามคือ … จะทำอย่างไร?
มีคำกล่าวหนึ่งที่ผมชอบ
คำกล่าวนี้ ดูจะเป็นเรื่องที่น่าคิด เพราะเป็นการเตือนสติเรา ถึงความไม่แน่นอนในชีวิต
ช่วยเตือนเรา ให้ใช้เวลาที่เรามีอยู่…อย่างมีคุณค่า
ทำสิ่งที่จำเป็นที่สุดที่ต้องทำ ในเวลาที่เรามีอยู่นี้
เพราะเราก็ไม่รู้จริง ๆ ว่า มันเหลืออยู่อีกมากหรือน้อยเท่าไร
เราพูดกันเสมอในเรื่องของทางสายกลาง ที่สมดุล และพอเพียง …
จะเป็นจุดที่เราสามารถจะมีความสุขได้มากที่สุด ในช่วงชีวิตของเรา
แต่ทุกชีวิตล้วนมีแนวทางของตัวเอง ที่แตกต่างกันไป…
ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยแวดล้อม..

มีคน..สองคน
คนหนึ่งโชคดี มีโอกาส มีความพร้อม ทำอะไรประสบความสำเร็จ
ดูมีความสุข เป็นคนที่หลายคนต้องอิจฉา
อีกคนโชคร้าย ไม่เคยจะมีโอกาสดี ๆ ทำอะไรไม่สำเร็จ
เหมือนถูกเคราะห์ซ้ำกรรมซัด โชคชะตาเล่นตลก
เป็นคนที่หลายคนสงสาร
เรานี่แหละครับ ที่มีทั้งโชคดี และโชคร้าย
มีทั้งความสุข และความทุกข์
อยู่ที่มุมมองต่อสิ่งรอบตัวของเราเอง.. ที่จะทำให้เราจะเป็นคนไหนก็ได้..
ด้วยการกระทำของเรา ความพยายาม ตั้งใจจริง
ในการเรียนรู้ที่จะเข้าใจ ยอมรับ และพึงพอใจในสิ่งที่เรามี
ลดความต้องการ ที่เกินความจำเป็น..
ฝึกที่จะปล่อยวางความคิด จิตใจที่แสวงหา ไปตามค่านิยมเดิม ๆ
ในสังคมโลกที่กดดัน และเบียดบังเวลาอันมีค่า
ในชีวิตอันแสนสั้นของเรา
ฝากไว้ให้คิด ในขณะที่นาฬิกาชีวิต ยังเดินอยู่…

No related posts.


