
จำได้มั้ยครับ คุณโกรธ…ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?
เมื่อกี้ …. เมื่อวาน …. อาทิตย์ที่แล้ว …เดือนก่อน…
ถ้าคำตอบของคุณคือ นานจนจำไม่ได้แล้ว…
อืม…ก็ดูเหมือนว่าชีวิตคุณน่าจะมีความสุขสงบไม่ใช่น้อย
แต่คงหายากนะผมว่า…
สำหรับผม ครั้งล่าสุดคือ “เมื่อบ่ายวานนี้”
มันอยู่กับผมราว ๆ ครึ่งชั่วโมง (นานเหมือนกัน)
แต่เป็นความโกรธที่มีอุณหภูมิไม่สูงมาก อาจเรียกว่าขั้นหงุดหงิด …
หงุดหงิดกับความประพฤติของคนอื่น… ที่คิดไม่เหมือนผม…
ตัดสินใจต่อบางเรื่องที่ผมคิดว่าไม่ถูกต้อง
ปฏิบัติตน แสดงตัวตนออกมาแบบที่ ไม่อยู่ในมาตรฐานที่ควรจะเป็น
ซึ่งผมรู้สึกว่า ไม่ควรเป็นเช่นนั้น
อืม…นั่นไง…สาเหตุ สักพักได้คิด
จะให้ใครมาคิด มาปฏิบัติตัวในแบบฉบับที่เป็นผม (วะ)
ใครจะเป็นได้ดังที่ใจผมต้องการทุกอย่าง ตัวผมเองบางทียังไม่เป็นอย่างนั้นเลย…เฮ้อ…
ครับ…พอคิดได้ …ก็หาย …ก็ปล่อย… ก็วาง…
แต่ถ้าได้ลองคิด พิจารณาให้ถี่ถ้วน ถึงความโกรธเนี่ย…
จะพบว่ามันเกิดขึ้นจากการกำหนดมาตรฐาน
หรือความต้องการให้สิ่งต่าง ๆ เป็นไปตามที่ใจเราคิด
รวมไปถึงการเพ่งความสนใจ ไปที่สิ่งอื่น คนอื่น…มากเกินไป
มีเรื่องราวอันน่าเศร้าในชีวิตใครหลายคน ที่ชีวิตถูกเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ
ด้วยโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น เพราะ “ความโกรธ” …วูบหนึ่ง

คนขับรถสองคันที่ไม่รู้จักกันมาก่อน แต่ทั้งสองคนต้องเปลี่ยนสถานะไป
คนหนึ่งหยุดหายใจ อีกคนหนึ่งหมดอิสรภาพ เพราะอาวุธปืนในมือ …
การทำร้ายกันได้อย่างโหดเหี้ยม ทารุณ ด้วยการจุดไฟเผา
…จากคนที่ครั้งหนึ่งเคยบอกกันว่า “รัก”
เสียงตะโกนร้องเพลงอย่างสนุกสนานของคนข้างบ้าน ที่ขาดความเกรงใจ
ได้สิ้นสุดลงไป ด้วยเสียงปืน และชีวิตอีกหลายคน…
ฯลฯ
จุดเดือดของน้ำบริสุทธิ์คือที่ 100 องศาเซลเซียส ครับ…นั่นคือ …น้ำบริสุทธิ์…
แต่ถ้าเปรียบเทียบคนแต่ละคนคือน้ำ…คงไม่บริสุทธิ์ขนาดนั้น
เราก็คือน้ำที่มี ส่วนประกอบของสารละลายที่แตกต่างกันไป
สารละลายของภูมิหลัง การเลี้ยงดู ความยึดมั่นถือมั่น ฯลฯ
ดังนั้นเราจึงมีจุดเดือดที่ต่างกันไป…
บางคน “โกรธง่ายหายเร็ว” บางคนก็ “โกรธยากหายช้า”
แต่จะน่ากลัวถ้าบางคน “โกรธง่าย..หายยาก”
ลองคิดถึงหญิงสาวหน้าตาดี สองคน
ความสวยสูสี แต่คนหนึ่งตกแต่งใบหน้าด้วยรอยยิ้ม…
อีกคนตกแต่งใบหน้าด้วยความโกรธ…
ว่าใครน่ารักน่ามองกว่ากัน… น้อง angel หรือ น้อง angry ?
ความโกรธไม่เคยส่งผลดีใด ๆ กับใครทั้งสิ้น ไม่ว่าตัวเอง หรือคนรอบข้าง
เราได้ยินมาเสมอ และใครที่ได้เคยปฏิบัติจะรู้เลยว่าจริง
คือ สิ่งที่ทำให้เกิดความสุขมาก ๆ อย่างหนึ่งก็คือ “การให้”
และ วิธีจัดการกับความโกรธให้ราบคาบ ที่ดีที่สุด
ก็คือ การให้…เช่นเดียวกัน แต่เป็น การ “ให้อภัย”
ถือเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ … มาก ๆ
จงให้อภัยต่อคนที่ทำให้เราโกรธ รวมถึงให้อภัยตัวเราเอง
และถ้าทำได้ดีกว่านั้น ต้องขอยืมสโลแกนประจำตัวของ
เพื่อนบล็อกเกอร์อีกท่านหนึ่งซึ่งผมชื่นชอบงานเขียนของเธอ…คุณ Lost in Space
กับสโลแกนที่ว่า “สิ่งที่เหนือไปกว่าการให้อภัย คือ การลืม(มันซะ)”
ครับ…หยุดเผาใจเราด้วยความโกรธ
หยุดต้มตัวเอง….ให้ถึงจุดเดือด!
ด้วยการลดความยึดมั่น ถือมั่น ตัวตน
มาตรฐานระดับสูงของความสมบูรณ์แบบ
ด้วยการยอมรับในความต่างและ คุณค่าของคนอื่น
รวมถึงยอมรับในความเปลี่ยนแปลงในทุก ๆ ด้านที่เกิดขึ้นได้เสมอ
ว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา…ของชีวิต
ก่อนจบ ฝากให้คิดกันต่อว่า เวลาคุณโกรธอะไรสักเรื่องนึง
มันเกิดจากอะไร และคุณจัดการกับมันอย่างไร
นั่งคิดด้วยจิตใจเบาสบาย คิดแบบไม่มีอคติใด ๆ แล้ว..หาคำตอบด้วยตัวคุณเอง
เราชาวโลกกำลังเผชิญวิกฤติกับปัญหา “ภาะวะโลกร้อน”
แต่สำหรับทุกคน “ภาวะใจร้อน” ก็น่ากลัวไม่แพ้กัน
วันนี้วันพระ โปรดละ ความโกรธ!



No related posts.


